ข้าวอินทรีย์
ข้าวอินทรีย์ คืออะไร
คำศัพท์คำว่า "ข้าวอินทรีย์" เพิ่งเกิดขึ้นในช่วง พ.ศ. 2535 โดยกรมวิชาการเกษตรร่วมกับบริษัทนครหลวงค้าข้าวและบริษัทไชยวิวัฒน์อุตสาหกรรมอาหาร ที่มีโครงการวิจัยข้าวออร์แกนิกส์ ต้องการหาชื่อที่เป็นไทยมาใช้แทน Organic Rice แรกทีเดียวก็มีการเสนอคำว่า "ข้าวปลอดสารพิษ" และข้าวอนามัย ซึ่งได้รับการโต้แย้งจากฝ่ายราชการว่า หากใช้คำว่าข้าวปลอดสารเท่ากับยอมรับว่า ผลผลิตข้าวส่วนอื่นๆ ของประเทศไทยมีสารพิษเจือปน ในที่สุดมาลงตัวที่คำว่า "ข้าวอินทรีย์" ข้าวอินทรีย์เป็นผลผลิตที่มาจากการผลิตแบบอินทรีย์ (Organic farming หรือ Organic argriculture) เป็นการผลิตที่หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีทุกชนิดหรือสารสังเคราะห์ต่างๆรวมไปถึงปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืช ในทุกขั้นตอนการผลิตเน้นการใช้สารอินทรีย์จากธรรมชาติการเตรียมการเริ่มจากการเตรียมพื้นที ต้องหาโซนการผลิต ต้องใช้ปุ๋ยจากธรรมชาติ สภาพแวดล้อมของพื้นที่ดินและพื้นที่ข้างเคียงต้องปลอดจากสารเคมีด้วย หากมีความจำเป็นในการปราบศัตรูพืช ต้องเป็นสารอินทรีย์ที่อยุ่ในบัญชีรายชื่อสารรับอนุญาติ ทั้งนี้ต้องไม่มีสารปนเปื้อนตกค้างในผลผลิต ในดิน น้ำ
ปัจจุบันผู้บริโภคส่วนหนึ่งที่สับสนว่า ข้าวอินทรีย์ อยู่ในกลุ่มเดียวกับ ข้าวปลอดสารพิษหรือศัพท์เรียกชื่อชนิดอื่นๆแต่โดยแท้จริงแล้วมาตรฐานการผลิตประเภท Organic farming ถึงแม้ว่าข้าวหรือผลผลิตที่ใช้สารเคมีในปริมาณน้อยจนไม่สามารถตรวจพบหรือน้อยกว่าค่ามาตรฐานก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถจัดอยู่ในกลุ่ม Organic Product ได้ มาตราบานของผลผลิตเกษตรอินทรีย์ปัจจุบันถูกกำหนดดดย FAO/WHO (Codex) เรียกว่า ค่ามาตรฐาน MRL ซึ่งการส่งออกของไทยเข้าไปยังประเทศในกลุ่มยุโรป จะต้องผ่านบริษัทตรวจสอบมาตรฐานเพื่อรับรองคุณภาพเสียก่อนคล้ายคลึงกับมาตรฐานอุตสาหกรรม ISO ถึงแม้ว่า พื้นนาจำนวนมากเวลานี้มีการสั่งสมของสารเคมี และการสูญสภาพของดินไปแล้วจำนวนหนึ่ง แต่กรมวิชาการเกษตรยังมองว่า หากมีนโยบายปรับเปลี่ยนพื้นที่นาปกติมาเป็นนาข้าวอินทรีย์ ก็ยังคงมีความเป็นไปได้โดยระบุว่า เกษตรกรไทยในพื้นที่นาน้ำฝน เขตภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือทำนาปีละเพียงหนึ่งครั้ง ทำให้รักษาสภาพแวดล้อมได้ด้วยตัวเองดีระดับหนึ่ง ถือเป็นพื้นที่สำหรับเปลี่ยนมาสู่กระบวนการผลิตแบบชีวภาพได้ง่าย แต่ทั้งเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องมีความรู้ความเข้าใจถึงเห็นความสำคัญและความยั่งยืนระยะยาวของระบบใหม่นี้
นอกเหนือจากพื้นที่ 3 อำเภอในภาคเหนือตอนบนซึ่งเข้าสู้การผลิต เพื่อส่งออกได้รับรองมาตรฐานจากสหภาพยุโรปแล้ว ปัจจุบันประเทศไทยยังมีพื้นที่ผลิตข้าวอินทรีย์ เพื่อจัดจำหน่ายทั่วไปในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเป็นการสนับสนุนจากองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs)
นอกเหนือจากพื้นที่ 3 อำเภอในภาคเหนือตอนบนซึ่งเข้าสู้การผลิต เพื่อส่งออกได้รับรองมาตรฐานจากสหภาพยุโรปแล้ว ปัจจุบันประเทศไทยยังมีพื้นที่ผลิตข้าวอินทรีย์ เพื่อจัดจำหน่ายทั่วไปในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเป็นการสนับสนุนจากองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs)


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น